16/3/59

Format Standard & Wild กับการตัดสินใจ

หลังจากที่ทาง Blizzard ได้ออกมาประกาศข่าวใหญ่สะเทือนวงการ Hearthstone เรื่องการแบ่ง format type เป็น 2 format คือ standard กับ wild ในหัวข้อ "A New Way to Play" เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2016 (อ่านแบบแปลไทย ที่นี่) ก็ทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นร้อนในหมู่ผู้เล่น Hearthstone ทั้งในไทยและทุกประเทศทั่วโลก แต่สำหรับผู้เล่นหลายคนที่เคยเล่นการ์ดเกม Magic the Gathering มาก่อน อาจไม่มีปัญหาหรือต้องปรับตัวอะไรมากนักกับกรณีนี้ เพราะคุ้นชินกับระบบนี้มาก่อนอยู่แล้ว และที่สำคัญคือระบบที่ทาง Hearthstone นำมาใช้นี้ ก็นำมาจาก Magic the Gathering นี่แหละ


ระบบ format type แบ่งออกเป็น 2 format คือ

1. Standard - format นี้จะสามารถใช้ได้เฉพาะการ์ดจากชุด Basic (การ์ดฟรีที่ได้มาตั้งแต่เริ่มเล่น), Classic (ซองชุดแรกของเกมนี้), และการ์ดที่อยู่ในซอง และ adventure ใน 2 ปีล่าสุด (ปีปัจจุบันและปีก่อนหน้า) เท่านั้น การ์ดที่มีอายุเก่ากว่านั้นจะไม่สามารถใช้เล่นใน standard ได้ แต่จะใช้เล่นใน wild ได้
2. Wild - format นี้จะสามารถใช้การ์ดได้ทุกใบ ทุกชุด

จุดที่เหมือนกันของ 2 format นี้คือ สามารถเล่นในโหมดแข่งขัน หรือโหมด Play ได้ทั้งแบบ casual และ ranked แต่จะแยกส่วนกัน สำหรับแบบ ranked รางวัลเมื่อจบฤดูกาล (season) จะคิดจาก ranked สูงสุดที่เราทำได้ หาก standard สูงกว่าจะคิดจาก standard หาก wild สูงกว่าจะคิดจาก wild

ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง 2 format นี้ คือ หากต้องการเก็บแต้มเพื่อไปแข่งงานใหญ่ ๆ จะคิดจาก ranked ใน standard เท่านั้น หรือแม้แต่การเข้าร่วมงานแข่งทั่วไปที่เป็นทางการ ก็จะใช้ได้เฉพาะ standard เช่นกัน ซึ่ง format นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแข่งขันแบบจริงจังในระดับมืออาชีพ หรือนักกีฬา e-sports ส่วน wild จะได้แค่ใช้เล่นสนุกตามปกติ ไม่ได้เน้นไปที่การแข่งชิงรางวัลอะไร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม โหมดอื่น ๆ ในเกมไม่ว่าจะเป็น Solo Adventure, Arena, หรือ Tavern Brawl นั้นจะเป็น wild ทั้งหมด ดังนั้นหากเล่น Tavern Brawl แล้วเรามีการ์ดชุดเก่ามากกว่า ก็จะได้เปรียบกว่า (ยกเว้นจะเป็นกติกาแบบ random cards)


รูปแบบการตัดสินใจของผู้เล่น จะแบ่งออกเป็น 3 แบบหลัก ๆ คือ

1. เล่น Standard อย่างเดียว (Standard Only) - หากเลือกตัดสินใจมาทางนี้แบบจริงจัง ก็อาจจะเลือกย่อย (disenchant) การ์ดทุกใบที่หลุด standard ทิ้งหมด เพื่อนำดัส (dust) ไปคราฟ (craft) การ์ดที่สามารถใช้ใน standard ได้ พูดง่าย ๆ คือนำการ์ดเก่าที่ไม่ใช้แล้ว (หลุด standard แล้ว) ไปสร้างการ์ดใหม่ไว้ใช้งานนั่นเอง แต่ข้อเสียสำหรับสายนี้คือ หากคิดอยากจะหันมาเล่น wild คงจะรู้สึกเสียดายการ์ดเก่า ๆ ที่ตัวเองเคยย่อยทิ้งไป หากต้องมาคราฟใหม่เพื่อใช้ คงทำใจลำบากสักหน่อย (ต้องคราฟกลับอย่างเดียว เพราะไม่มีให้เปิดแล้ว) ซึ่งต้องใช้ดัสมากกว่าที่เคยย่อยคืนอย่างน้อย 4 เท่า เช่น ย่อย Dr. Boom ได้ดัสคืนมา 400 แต่หากต้องการคราฟกลับ ต้องใช้ดัส 1600 ส่วนต่าง 1200 ถือว่าหนักเอาการเลยทีเดียว หากคิดที่จะย่อยใบที่สามารถใช้งานได้จริงใน wild เพื่อมาสายนี้จริงจังก็ควรพิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนตัดสินใจ

ผู้ที่เหมาะกับสายนี้คือ ผู้ที่ต้องการแข่งขันระดับมืออาชีพ หรือนักกีฬา e-sports และผู้ที่เพิ่งเริ่มเล่นเกมนี้ไม่นาน

2. เล่น Wild อย่างเดียว (Wild Only) - สำหรับการตัดสินใจนี้ ผู้เล่นอาจจะไม่ต้องสนใจการ์ดชุดใหม่มากนัก หากมีการ์ดชุดใหม่ใบใดที่ใช้งานได้ดีใน wild ก็ค่อยคราฟเอา หรือหากผู้เล่นมีการ์ดชุดเก่าเยอะมากพออยู่แล้วก็อาจเลือกเปิดซอง หรือ adventure ใหม่ ๆ เพื่อนำมาเล่นได้ และหากต้องการจะหันไปเล่น standard ก็สามารถทำได้ไม่ยาก

ผู้เล่นที่เหมาะกับสายนี้คือ ผู้เล่นที่ไม่ค่อยมีเวลาเล่น หรือเล่น ๆ เลิก ๆ หากหยุดเล่นไประยะหนึ่งแล้วคิดอยากกลับมาเล่น ก็สามารถใช้การ์ดเก่า ๆ เล่น wild ได้เลย เพียงแค่หาของเพิ่มเติมเพื่อเสริมเด็คเดิมให้ทันกับยุคสมัย และผู้เล่นที่มีการ์ดเก่าจำนวนมาก 

3. เล่นทั้ง Standard และ Wild (Standard & Wild) - สายนี้จะค่อนข้างเหนื่อยกว่าสายอื่น ๆ เพราะจะต้องเก็บการ์ดทุกชุดเพื่อเล่นทั้ง 2 format สำหรับผู้เล่นสายเติมเงินไม่อั้นจะไม่มีปัญหากับเรื่องนี้มากนัก แต่สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่สายฟรี ไม่เติมเงิน มีการ์ดน้อย (โดยเฉพาะการ์ดที่หลุด standard) จะเหนื่อยมากเป็นพิเศษ ซึ่งสำหรับผู้เล่นประเภทนี้ ผมแนะนำให้เลือกทางใดทางหนึ่งจะดีกว่า


หลายครั้งที่มีคำถามว่า "การ์ดเก่า ๆ ที่ (กำลังจะ) หลุด standard ย่อยดีไหม? ควรเปิดไหม?" ผมแนะนำว่าคุณควรถามตัวเองว่าคุณเลือกจะเล่นสายไหนใน 3 แบบที่ได้กล่าวไปข้างต้น หากไม่ใช่ข้อ 1 ก็อาจเลือกย่อยเฉพาะใบที่ห่วยจริง ๆ หรือไม่นิยมใช้งาน หากคุณเลือกข้อ 1 การย่อยทุกใบที่หลุดและกำลังจะหลุด standard เพื่อนำไปคราฟการ์ดใช้งานชุดใหม่ที่กำลังจะมาในอนาคต ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องตระหนักว่าจะย้อนกลับมาเล่น wild จะยากมาก ๆ แล้ว และจะรู้สึกเสียดายและเสียใจภายหลังมาก ๆ ด้วย ส่วนที่ว่าควรเปิดไหมก็เช่นกัน หากคิดจะเล่น wild ก็ควรเปิด โดยเฉพาะ adventure เพราะได้การ์ดที่ต้องการแน่นอนกว่าการเปิดซอง

อย่างไรก็ตาม การ์ดจากซองชุด Classic จะสามารถใช้เล่นได้ทุก format ผมแนะนำให้ผู้เล่นทุกคนควรมีไว้ โดยเฉพาะผู้เล่นหน้าใหม่ควรเริ่มต้นจากการ์ดชุดนี้ก่อน ส่วนการ์ดจาก adventure ที่หลุด standard หรือตก type ไป จะสามารถย่อยและคราฟได้ แต่การ์ดจาก adventure ที่ยังอยู่ใน standard จะต้องซื้อจาก solo adventure หรือ shop อย่างเดียว หาก adventure ใดที่ใกล้จะหลุด standard แนะนำให้ซื้อไว้อย่างน้อย 1 wing เผื่อตัดสินใจซื้อในอนาคตก็จะยังสามารถที่จะซื้อได้แม้จะหลุด standard ไปแล้ว หากไม่ซื้อไว้ก่อนก็จะไม่มีโอกาสซื้อได้อีก เพราะ adventure ดังกล่าวจะถูกนำออกจากการขาย (หากเปิดไว้อย่างน้อย 1 wing จะยังอยู่ให้สามารถซื้อเป็นเจ้าของได้ทั้ง adventure ตลอดไป)


Credit ภาพจาก google

25/1/59

แนะนำ Deck Murloc Shaman (Wild)

ห่างหายจากการแนะนำเด็คไปนาน วันนี้จะมาแนะนำเด็คที่มีผู้คนให้ความสนใจจำนวนไม่น้อย ตั้งแต่ชุด Journey to Un'Goro เข้ามา แม้แต่เหล่าโปรเพลเยอร์ หรือสตรีมเมอร์ชื่อดังยังจับมาเล่น เพื่อลอง legendary spell ใบใหม่อย่าง Unite the Murlocs ซึ่งเด็คที่ว่านี้ก็คือเด็ค Murloc Shaman นั่นเอง แต่เวอร์ชั่นที่ผมนำเสนอในบทความนี้จะเป็นในเวอร์ชั่น wild format

Deck Murloc Shaman เป็นเด็ครูปแบบ aggro คือเน้น minion ค่าร่ายน้อย และการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรง โดยเน้นการเพิ่มพลังจากการ์ดต่าง ๆ ให้ minion มีขนาดที่โตขึ้น ทำ damage ได้รุนแรงขึ้น โดยใช้การ์ดหลักจาก Shaman คือ Everyfin Is Awesome (ดูบทความ "หนทางสู่การสร้างเด็คเมอล็อก" เพิ่มเติม)

Decklist


การเล่น Deck Murloc Shaman

คอนเซ็ปต์ของการเล่นเด็คนี้คือ พยายามร่าย minion เผ่าเมอล็อกลงไปในบอร์ดจนครบ 10 ตัว เพื่อปลดล็อกเควส Unite the Murlocs ซึ่งจะได้รางวัลเป็น Megafin ขุมพลังหลักของเด็คเรา เพราะสามารถเติมมือเราให้เต็มด้วยการ์ดเมอล็อกต่าง ๆ ทำให้สามารถสแปมบอร์ด (spam board) ทำเกมได้เรื่อย ๆ พอบอร์ดเราแข็งแกร่ง เราจะสามารถใช้ Everyfin Is Awesome บวกพลังทั้งสนามเพื่อปิดเกมอีกฝ่ายได้ การเล่นโดยทั่วไปจะเป็นการเทรด (trade) minion อีกฝ่ายเพื่อคุมบอร์ดให้บอร์ดเราได้เปรียบ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และ match up ที่เจอ
Minion ที่ช่วยเพิ่มพลังให้เหล่าเมอล็อก นอกจากเมอล็อกด้วยกันอย่าง Murloc Warleader, Grimscale Oracle, Rockpool Hunter, และ Coldlight Seer แล้ว ยังมี Flametongue Totem ที่สามารถเพิ่มพลังในทันที ไม่ว่าจะเพิ่ม damage ในการ go face หรือเพื่อเทรด minion ที่มี health ค่อนข้างสูงก็นับว่าดีทั้งสิ้น

การมูลิแกน (Mulligan) สำหรับมือแรก การ์ด Unite the Murlocs จะขึ้นมาเป็นใบแรกเสมอ ให้เก็บไว้ ส่วนใบอื่น ๆ ให้พิจารณาตามเคิร์ฟ (curve) ที่จะสามารถดำเนินเกมได้อย่างไหลลื่นตามมานาในแต่ละเทิร์น การเดินเกมในทุก match up ควรเล่นระวัง (play around) การ์ดล้างบอร์ดของ class หรือเด็คนั้น ๆ ไว้เสมอ และ Coldlight Seer มักเป็นคำตอบสำหรับหนีการ์ดล้างบอร์ดในหลาย ๆ match up (Everyfin Is Awesome อาจใช้ไม่ทันการ เพราะติดเงื่อนไขเรื่องค่าร่าย)
การเลือก hero power เมื่อใช้ Sir Finley Mrrgglton
- Best hero power หรือ hero power ที่ดีที่สุด คือ Life Tap (Warlock) เนื่องจากเด็คมักจะมีปัญหาการ์ดขาดมือ อีกทั้งยังสามารถช่วยหาคำตอบในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย
- Good hero power หรือ hero power ที่ดี คือ hero power ที่ช่วย deal damage ซึ่ง Steady Shot (Hunter) ถือว่าดีที่สุดในระดับเดียวกันนี้ เพราะสามารถเร่ง damage ที่เลือดของอีกฝ่าย ทำให้สามารถปิดเกมได้เร็ว โดยเฉพาะกับ match up Warrior ซึ่งจะทำให้อีกฝ่ายเพิ่ม armor หนีได้ไม่ไกลนัก ส่วน hero power อื่น ๆ ในระดับนี้ได้แก่ Dagger Mastery (Rogue), Fireblast (Mage), Shapeshife (Druid) ซึ่งสามารถ deal 1 damage ใส่ minion ได้ โดยของ Rogue จะมีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือเราไม่ต้องใช้มานาเพื่อ activate มันทุกเทิร์นเหมือนอีก 2 class ส่วน Fireblast ดีที่ตรงเราไม่ต้องเสียเลือดเหมือนของ Rogue กับ Druid หากมีเป้าหมายที่ minion
- Fair hero power หรือ hero power ที่พอใช้ได้ ได้แก่ Reinforce (Paladin) ซึ่งแม้จะเสก minion เหมือนกัน แต่ทำได้ไม่ดีเท่าของเดิมของ Shaman และ Lesser Heal (Priest) ซึ่งสามารถ heal minion ได้ (ดีกว่า Armor Up! (Warrior))
- Worst hero power หรือ hero power ที่แย่ที่สุด คือ Armor Up! (Warrior) ซึ่งไม่มีประโยชน์เลย หากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ใกล้ตาย

ทั้งนี้การเลือก hero power ควรคำนึงถึง match up และสถานการณ์ในเกม ณ ขณะที่ร่ายเป็นสำคัญ

การใช้ Everyfin Is Awesome ควรจำไว้เสมอว่าเราสามารถร่าย murloc ที่เวลาร่ายแล้วจะได้จำนวนเมอล็อกเท่ากับจำนวนค่าร่ายของมันเอง (ได้แก่ เมอล็อกค่าร่าย 0-1 และ Murloc Tidehunter) ก่อนจะร่าย Everyfin Is Awesome ได้ในเทิร์นที่สามารถร่าย Everyfin Is Awesome ควรคำนวณให้ดีก่อนการตัดสินใจ

โดยภาพรวมเด็คนี้จะค่อนข้างได้เปรียบเด็ค control ที่เดินเกมช้า แต่จะค่อนข้างเสียเปรียบใน match up ที่เกมเร็วอย่าง Pirate Warrior หรือ Zoo Warlock


สำหรับครั้งนี้ก็ขอแนะนำไว้เพียงเท่านี้ก่อน ผู้อ่านสามารถนำไปลองเล่นสนุก ๆ ได้ ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ ความถนัดของแต่ละคน รวมถึงปรับเพื่อให้สามารถรับมือกับ metagame ในช่วงนั้น ๆ


Credit: ภาพประกอบจากเว็บ hearthpwn.com

22/10/58

แนะนำ Deck Mech Druid

โดยปกติแล้วผู้เล่นหลายคนเวลาพูดถึงเด็ค mech ก็มักจะนึกถึงเด็ค mech ของ class ที่เป็นกระแสหลัก หรืออยู่ในระดับ metagame อย่างเด็ค Mech Mage, Mech Shaman, หรือล่าสุดที่กำลังมาแรงคือ Mech Warrior แต่วันนี้ผมจะมานำเสนอเด็ค mech ที่แทบไม่เคยอยู่ในกระแสเลย นั่นคือเด็ค Mech Druid (อ่านบทความแนะนำการสร้างเด็ค mech พื้นฐานได้โดย คลิกที่นี่)

Deck Mech Druid เป็นเด็ครูปแบบ midrange ค่อนไปทาง aggro โดยมี minion เผ่า mech เป็นส่วนประกอบหลัก และส่วนใหญ่จะเป็น minion ขนาดกลาง โดยเราจะไม่ได้ใช้ minion เผ่า mech ประจำ class เลย (เพราะมันไม่ค่อยเก่ง) แต่จะใช้การ์ดอื่น ๆ ของ class ที่สามารถเสริมเด็คให้มีความเร็วมากขึ้นอย่าง Innervate และ Darnassus Aspirant สำหรับปั่นมานาเพื่อร่าย minion ลงบอร์ดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ได้ tempo advantage อย่างมาก (จากเดิมที่ mech ก็มีการ์ดอย่าง Mechwarper อยู่แล้ว) และใบปิดเกมสำคัญอย่าง Savage Roar ซึ่งมี Living Roots ที่เสก token Sapling 1/1 ให้ 2 ตัวเพื่อใช้ combo กับการ์ดดังกล่าวด้วย



Decklist



การเล่น Deck Mech Druid

การ์ดที่ควรเก็บ (keep) ในมือแรก กรณีเริ่มก่อนควรจะมีการ์ดค่าร่าย 1 เพื่อจะสามารถตั้งบอร์ดในเทิร์นแรก (first turn drop) เพื่อชิง tempo หรือไม่ก็มี Innervate เพื่อจะร่าย minion ค่าร่าย 3 ได้ กรณีเริ่มหลังไม่ต้องซีเรียสเรื่องการ์ดค่าร่าย 1 แต่ควรจะมีการ์ดอย่าง Darnassus Aspirant หรือ Mechwarper ในมือ จะทำให้เทิร์นต่อมาเราจะได้เปรียบมาก และเรายังสามารถเก็บ minion ค่าร่าย 4 ไว้ได้ด้วย (ถ้าเริ่มก่อนไม่แนะนำให้เก็บการ์ดค่าร่ายมากกว่า 3 ในมือแรก) สำหรับ match-up ที่เจอกับ Hunter หรือ Warrior ควรเก็บ Annoy-o-Tron ไว้ จะช่วยเบรคเกมอีกฝ่ายจาก minion ตัวเล็ก ๆ ของ Hunter และ Fiery War Axe ของ Warrior ได้ หากเจอ Hunter, Paladin, หรือเด็ค aggro ที่มี minion เลือด 1 เยอะ ๆ ควรเก็บ Swipe ไว้เคลียร์บอร์ดอีกฝ่าย ยิ่งหากได้ยิง hero เพื่อเคลียร์ด้วยจะทำให้เกมเรานำมาก


การเล่นของเด็คนี้จะดูที่สถานการณ์เป็นหลัก ต้องใช้ประสบการณ์พอสมควรในการตัดสินใจที่จะเลือกเทรด (trade) minion หรือตีหน้า (go face) แต่ส่วนใหญ่จะเทรดเพื่อคุมบอร์ด โดยต้องคำนึงถึงการ์ดล้างบอร์ดของอีกฝ่ายเสมอ เช่น เวลาเจอ Paladin เราอาจต้องยอมเสีย minion health ต่ำกว่า 3 ไปเทรดแลกเพื่อรักษา minion health 3 ขึ้นไปให้รอดจาก Consecration เป็นต้น ในบางทีเราอาจใช้ hero power เพื่อฆ่า minion อีกฝ่าย เพื่อลดการสูญเสีย minion ของเราโดยไม่จำเป็น การเลือกร่าย minion ก็สำคัญ ต้องวางแผน และคำนวณมานา (mana) ให้ดี อ่านเกมอีกฝ่ายให้ขาด และควรใช้ Spart Part ที่ได้จาก Clockwork Gnome, Tinkertown Technician, และ Mechanical Yeti ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การที่เลือกใส่ Harvest Golem เพราะต้องการให้มี minion ค่าร่าย 3 ในจำนวนที่พอเหมาะ ซึ่งการใส่ Tinkertown Technician 2 ใบนั้นไม่เวิร์ค เนื่องจากหากร่ายมันโดยที่ไม่มี mech บนบอร์ดจะได้ minion ค่าร่าย 3 ที่ค่อนข้างอ่อน Ancient of Lore ค่าร่ายค่อนข้างสูง แต่สามารถเลือกจั่ว หรือ heal ได้ ซึ่งการเลือกได้ 2 อย่างค่อนข้างมีประโยชน์ในหลาย ๆ สถานการณ์ แต่โดยมากจะเลือกจั่วเป็นหลัก สามารถใส่ Azure Drake แทนได้ Piloted Sky Golem แม้ค่าร่ายจะหนักไปนิด แต่ความสามารถถือว่าดีพอ ๆ กับ Piloted Shredder หากอยากเน้นโหดสามารถใส่ Fel Reaver แทนได้ ส่วน Power of the Wild ถือเป็นทีเด็ดไว้เซอร์ไพรส์อีกฝ่าย ทั้งเป็นการเพิ่ม damage เพื่อสร้างความกดดัน แถมยังขยาย health ของ minion เพื่อเทรดได้คุ้มค่า และเพื่อให้อีกฝ่ายเคลียร์ได้ยากขึ้น สามารถใช้ combo กับ Living Roots ได้ ที่สำคัญสามารถ counter Explosive Trap ของ Hunter ได้เป็นอย่างดี หากต้นเกมไม่มีดรอปเทิร์น 2 ก็สามารถใช้เสก token beast 3/2 ยืนบอร์ดได้อีกด้วย



เด็คนี้ค่อนข้างชนะทางเด็ค Hunter และ Paladin แต่จะแพ้ Control Warrior และค่อนข้างเสียเปรียบ Mage แทบทุกสาย, Midrange Druid นอกนั้นค่อนข้างสูสี สามารถนำเด็คนี้ไปไต่ rank ได้ถึง rank 4 การันตีโดยผู้เขียน (ดูคลิปด้านล่างประกอบ)


สำหรับครั้งนี้ก็ขอแนะนำไว้เพียงเท่านี้ก่อน ผู้อ่านสามารถนำไปลองเล่นสนุก ๆ ได้ อาจปรับแก้ตามที่แนะนำไว้ข้างต้น หรือใส่ tech cards เพิ่มเข้าไปตามสถานการณ์ของ metagame ในช่วงนั้น ๆ ครั้งต่อไปจะเป็นเด็คอะไร รอติดตามกันครับ

10/10/58

Mech Deck for New F2P Players : แนะนำเด็คเครื่องจักรสำหรับผู้เล่นมือใหม่สาย F2P

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำเด็คสำหรับผู้เล่นระดับเริ่มต้นสาย F2P หรือ Free to Play ให้ได้นำไปเล่นกัน เนื่องจากหลายครั้งมักจะมีคำถามในกลุ่ม Hearthstone Thailand Community จากผู้เล่นใหม่อยู่เสมอ ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็ไม่ได้เล่นแค่ server หลักอย่าง Americas เพียงที่เดียว แต่เล่นทุก server เลย โดย server รอง ๆ ลงไป ผมก็จะเล่นสาย F2P นี่แหละ และเด็คที่ผมใช้เล่นมาตลอดใน server เหล่านั้นคือเด็ค mech หรือเด็คเครื่องจักรนั่นเอง ซึ่งการ์ดส่วนใหญ่อยู่ในระดับ common สามารถคราฟมาใช้ได้โดยใช้ dust จำนวนไม่มาก ประหยัด เหมาะสำหรับผู้เล่นสาย F2P ในระดับเริ่มต้นอย่างแท้จริง

เด็คเครื่องจักร (Mech Deck) เป็นเด็คที่ใช้ minion เผ่า mech และ minion ที่มี synergy ร่วมกับ mech เป็นส่วนประกอบหลัก โดย mech แต่ละตัวจะมีความสามารถที่เกื้อหนุนกัน โดยเฉพาะ Mechwarper ซึ่งเป็นตัวที่ลดค่าร่าย minion เผ่า mech ทุกใบในมือเราลง 1 จุด หากตัวนี้ขึ้นมือตั้งแต่มือแรก หรือช่วงต้นเกม จะทำให้สามารถร่าย minion ลงบอร์ดได้อย่างรวดเร็ว และคุม tempo ได้ดี ที่สำคัญคือสแตท (stat) ของ mech แต่ละตัวก็อยู่ในระดับที่ดีถึงดีมาก ทำให้สามารถเทรด (trade) อีกฝ่ายได้คุ้มค่า สามารถนำไปจัดเป็นเด็คสาย aggro และ midrange ที่มีประสิทธิภาพเพื่อทำเควสรายวัน หรือนำไปไต่ rank ได้ ส่วนใหญ่ minion เผ่า mech จะสามารถเปิดหาได้จากซองชุด Goblins VS Gnomes หรือ GVG ซึงก็เรียกได้ว่าซองชุดนี้ทาง Blizzard ทำมาเพื่อตั้งใจจะให้คนหันมาเล่น mech เป็นหลักกันเลยทีเดียว หากต้องการเล่น mech อย่างจริงจังผมแนะนำให้เปิดซองชุดนี้รัว ๆ ได้เลย แต่ปัจจุบันซองการ์ดชุดนี้ได้ถูกเลิกขายไปแล้ว เนื่องจากถูกนำออกจากโหมดมาตรฐาน (standard format) และการ์ดจะสามารถใช้เล่นได้แค่ในโหมดอิสระ (wild format) เท่านั้น


การ์ด mech ในเกมที่นิยมใช้ แบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. Neutral - เป็นการ์ดที่สามารถใช้ได้ในทุก class โดยในส่วนของระดับ common ที่นิยมใช้กันจะมีดังนี้


Clockwork Gnome ร่าย 1 ได้สแตท 2/1 ถือว่าดี แถมตายแล้วได้ Spare Part อีก ถือว่าคุ้มค่า
Cogmaster สำหรับตัวนี้มันคือร่าย 1 ได้สแตท 3/2 คุ้มเกินค่าร่ายมาก การมี mech เกือบครึ่งเด็ค โอกาสที่ไม่ได้ใช้ความสามารถ Attack +2 นั้นถือว่าน้อย
Annoy-o-Tron เป็นการ์ดป่วนเกมอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ทำให้อีกฝ่ายเทรด minion ใบอื่นในบอร์ดเราได้ยาก ทำให้เรามีโอกาสโจมตีอีกฝ่ายได้ต่อเนื่อง ยิ่งเจอกับเด็คสาย aggro ที่มี minion ตัวเล็กเยอะ ๆ อย่าง Face Hunter ใบนี้ถือเป็นใบน่าเก็บ (keep) ตั้งแต่มือแรกเวลาเจอกับเด็คที่ว่าเลยทีเดียว
Mechwarper เป็นใบที่เก่งที่สุดในเด็ค เป็นใบเร่ง tempo อย่างโหดสัส ร่ายลงไปทีเหมือนบังคับให้อีกฝ่ายต้องรีบเคลียร์ ล่อ removal spell ได้เป็นอย่างดี
Spider Tank ร่าย 3 ได้สแตท 3/4 ก็เก่งเกินคำบรรยายแล้วในยุคนี้ หลายคนมักนำไปเทียบกับ Harvest Golem แต่ถึงที่สุดแล้ว Spider Tank ก็เป็นตัวเลือกที่คนเลือกใช้ในเด็ค mech มากกว่า Harvest Golem อย่างเป็นเอกฉันท์
Tinkertown Technician สำหรับตัวนี้มันคือร่าย 3 ได้ 4/4 แถม Spare Part 1 ใบ คุ้มเกินค่าร่ายสุด ๆ
Gorillabot A-3 ลงมาแล้วได้ mech มาใช้เพิ่มอีกใบ เสมือนลงมาจั่วการ์ดที่เลือกได้เอง 1 ใบ นับว่าคุ้มค่ามาก ๆ
Piloted Shredder มันคือการ์ด common ที่เก่งที่สุดในเกมนี้ ตายแล้วสุ่ม minion ค่าร่าย 2 ทำให้บอร์ดถูกเคลียร์ได้ยาก แถมยังมีโอกาสได้ minion ที่สแตทดีกว่าตัวมันเองอย่าง Millhouse Manastorm แต่ก็มีโอกาสได้ minion ที่สร้างหายนะแก่บอร์ดอย่าง Doomsayer เหมือนกัน

ส่วนระดับ epic ถึง legendary มีดังนี้


Fel Reaver ใบนี้เป็นใบที่สแตทดีระดับสุดยอดเกินค่าร่ายอย่างมหาศาล แต่ก็มาพร้อมกับความสามารถที่อาจทำให้เราต้องแพ้เกมได้เหมือนกัน ถือเป็นดาบสองคม แต่หากเราสามารถปิดเกมได้เร็วก็จะเหมือนไม่มีข้อเสียไปเลย แต่หากร่ายลงไปแล้วโดนอีกฝ่ายยื้อเกมได้ก็เท่ากับแพ้
Piloted Sky Golem ความสามารถคล้าย Piloted Shredder แต่เนื่องจากค่าร่ายเยอะ ทำให้นิยมใส่กันเพียงใบเดียว หรือไม่ใส่เลย
Dr.Boom ไม่น่าจะต้องมีคำบรรยายใด ๆ ให้กับ minion ที่เก่งที่สุดในเกมนี้อย่างเจ้านี่แล้วมั้ง มันคือ War Golem ที่ลงมาแล้วแถม minion สุดโกงให้เรา 2 ตัว ซึ่งสามารถทำให้บอร์ดอีกฝ่ายพังได้เลยทีเดียว

2. Class-specific - เป็นการ์ดที่ใช้ได้เฉพาะของ class ต่าง ๆ โดยการ์ดที่นิยมใช้กันจะมีดังนี้


Anodized Robo Cub เป็นใบที่สมดุลตามสไตล์ของการ์ด Druid สามารถเลือกให้เป็น 3/2 หรือ 2/3 ได้ตามสถานการณ์ของเกม ที่สำคัญคือมัน taunt
Metaltooth Leaper มันคือ Savage Roar เวอร์ชั่น mech ของ Hunter แต่ข้อดีคือมันบวกให้ถาวรเลย
Snowchugger มันคือ Water Elemental ไซส์มินิ จัดว่าเป็นของแสลงสำหรับเด็คที่ใช้อาวุธเลยทีเดียว ฝ่ายที่เล่นอาวุธจะต้องรีบหาทางเคลียร์ตัวนี้ ต่อให้ไม่ได้สู้กับเด็คใช้อาวุธ ใบนี้ก็ทำหน้าที่ป่วนเกมอีกฝ่ายได้ดี เพราะหากเอา minion มาเทรดก็ต้องถูกแช่แข็งไป 1 เทิร์น
Goblin Blastmage แค่สแตทเปล่า ๆ ก็เก่งมากแล้ว ยังแถมความสามารถทำลายบอร์ดอีกฝ่ายด้วยการยิง 4 damage แบบกระจายอีก ด้วยการ์ดใบนี้ทำให้เด็ค Mech Mage ถูกจัดว่าเป็นเด็คสาย mech ที่เก่งเหนือทุก class ในเกมนี้
Shielded Minibot เป็นใบที่คุมบอร์ดช่วงต้นเกมได้ดีมาก สร้างการเทรดที่คุ้มค่า กล่าวได้ว่าไม่มีเด็ค Paladin เด็คไหนที่ไม่ใส่มัน
Shadowboxer ความสามารถคล้าย ๆ Knife Juggler แต่ใช้งานยากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจใน Priest หากจะเล่น mech
Goblin Auto-Barber เป็นใบที่เก่งในตัวเอง แถมยังเป็นตัวเลือกหนึ่งในเด็ค Oil Rogue ในบางยุค การเพิ่ม Attack ให้อาวุธที่เป็นความสามารถหลักของ Rogue เพื่อช่วยในการเคลียร์บอร์ดแทนการนำ minion ไปเทรดก็นับว่าคุ้มค่าอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงต้นเกม
Iron Sensei ลองจินตนาการว่ามันหลบอยู่หลัง Annoy-o-Tron และ/หรือ Target Dummy ดูสิ ว่ามันจะโหดขนาดไหน หากอีกฝ่ายไม่มี spell ที่เคลียร์มันได้ mech ฝ่ายเราจะโตวันโตคืน
Whirling Zap-o-Metic แค่ได้ตีสักครั้งก็เท่ากับจ่าย 2 ยิง 6 แล้ว หากได้ combo กับ Flametongue Totem และ/หรือ Rockbiter Weapon จะขนาดไหน นับเป็นตัวล่อ removal spell เป็นอย่างดี
Fel Cannon ลองจินตนาการว่าบนบอร์ดเรามีแต่ mech แล้วมันจะยิงอะไรล่ะ
Warbot ต้นเกมสามารถนำไปเทรดกับ minion health 1 ได้ และยังสามารถ combo กับ Inner Rage หรือ Cruel Taskmaster ได้
Screwjank Clunker หากพิจารณาเฉพาะสแตท ใบนี้ก็อาจจะดูไม่ดีนัก แต่ความสามารถ +2/+2 ของมัน ทำให้สามารถเอา mech ตัวอื่นในบอร์ดเราไปเทรด หรือ go face ได้ในทันที ดังนั้นก็เสมือนว่ามันร่าย 4 ได้ 4/7 แต่แบ่ง 2/2 ให้เพื่อน

Set mech ที่นิยมใช้

Common
Clockwork Gnome 1-2 ใบ
Cogmaster 2 ใบ
Annoy-o-Tron 2 ใบ
Mechwarper 2 ใบ
Spider Tank 2 ใบ
Tinkertown Technician 0-2 ใบ
Gorillabot A-3 2 ใบ
Piloted Shredder 2 ใบ

รวมทั้งหมด อย่างละ 2 ใบ ใช้แค่ 640 dust เท่านั้น

Epic - Legendary
Fel Reaver 0-2 ใบ
Piloted Sky Golem 0-1 ใบ
Dr.Boom 1 ใบ

(Mech ประจำ class อย่างละ 2 ใบ)

สำหรับผู้เล่นระดับเริ่มต้น ผมแนะนำให้ใส่ทุกตัวใน set common อย่างละ 2 ใบไปเลย เนื่องจากเปิดหาได้ง่าย คราฟไม่แพง และ set นี้ก็เก่งอยู่แล้วด้วย ส่วน set epic - legendary อาจจะไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่หากเล่นไปนาน ๆ มีการ์ดมากขึ้น ตัวเลือกที่ดี ๆ มีมากขึ้นก็ค่อยปรับเปลี่ยนเด็คลิสต์ (decklist) ตามผู้เล่นระดับโปร หรือตามที่ตนชอบได้เลย

การ์ดอื่น ๆ ในเด็ค สามารถเลือก spell จาก class ที่จะจัดเล่นได้ตามต้องการ สำหรับผู้เล่นระดับเริ่มต้นที่มีการ์ดไม่มากนัก อาจจะใช้ basic spell cards โดยเลือกใบที่ดูเข้าท่า อันที่จริงการ์ดเบสิกประจำ class หลาย ๆ ใบนั้นมีความสามารถที่ดีในตัวเองอยู่แล้ว บางใบดีกว่าการ์ดระดับ epic ที่หาได้จากการเปิดซองเสียอีก

Mech เฉพาะทางอื่น ๆ ที่น่าใช้

ในส่วนนี้จะมาแนะนำ mech ตัวอื่น ๆ ที่น่าใช้ แต่อาจไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก แถมบางตัวที่เป็นระดับ legendary ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสีย dust เพื่อไปคราฟ (craft) มาใช้เท่าไรนัก ยกเว้นจะรวยจัดจนมี dust เหลือใช้ หรือเปิดซองแล้วได้มา อย่างหลังนี่ก็น่าเอามาลองจัดเด็คเล่นดู ก่อนจะพิจารณาย่อยทิ้ง (disenchant) ในอนาคต


Target Dummy หลายคนเห็นแวบแรกอาจมองว่าห่วย แต่จริง ๆ ใบนี้เก่งกว่าที่คิด สามารถนำไปทำ combo กับ Iron Sensei ใน Rogue หรือ Metaltooth Leaper ใน Hunter ได้ หรือใช้ถ่วงเกมเพื่อแปลงร่าง Mimiron's Head ได้ด้วย
Micro Machine หากไม่ค่อยมี mech ใช้เพียงพอ สามารถใส่ตัวนี้ไปเสริมทัพได้อยู่
Harvest Golem ในบางเด็คก็อาจต้องการใช้ใบนี้เพราะความสามารถ deathrattle ของมัน แต่การ์ดใบนี้หาได้จากซอง Classic
Blingtron 3000 ใบนี้ออกจะเสี่ยงดวงไปหน่อย หากได้ Gorehowl จะคุ้มมาก ยิ่งถ้าเล่น combo กับ Harrison Jones จะโหดมาก (แต่ต้องใช้ถึง 10 มานา ใครมันจะไปเล่น)
Sneed's Old Shredder ใบนี้หากดูที่ความสามารถ deathrattle ก็ถือว่าเก่งและน่าใช้มาก ช่วงที่ซองชุด GVG ออกใหม่ ๆ หลายคนก็นิยมเล่นกัน แต่เนื่องจากค่าร่ายเยอะเกินไป ในช่วงหลัง ๆ จึงไม่นิยมใช้ อาจมีนำไปใช้ในเด็คเฉพาะทางอยู่บ้างนิดหน่อย
Mimiron's Head หากแปลงร่างมันแล้วบวกพลังให้ V-07-TR-0N ได้ เท่ากับปิดเกมทันที แต่ combo ติดค่อนข้างยาก จึงไม่เป็นที่นิยม แต่สามารถนำไปจัดเล่นสนุก ๆ ได้

จุดเด่นของเด็ค mech
1. ราคาถูก เปิดหาได้ง่าย การ์ดส่วนใหญ่เป็น common แถมใช้แค่ set mech ที่เป็น common ล้วนก็ยังเก่ง ใบที่เป็น rare ก็ถือว่าหาได้ไม่ยาก สามารถคราฟมาใช้ได้โดยใช้จำนวน dust ไม่มากนัก
2. เล่นง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้เล่นมือใหม่ไปจนถึงระดับมืออาชีพ
3. minion แต่ละใบมีสแตทอยู่ในระดับที่ดีถึงดีมาก มี synergy ร่วมกันทำให้ได้ tempo ที่คุ้มค่า และหากการ์ดต้นเกมขึ้นดี ไม่ถูกขัดเกมมากนัก จะสามารถเอาชนะเกมอีกฝ่ายได้อย่างไม่ยากเย็น

จุดด้อยของเด็ค mech
1. หากการ์ดต้นเกมขึ้นไม่ดี ก็อาจแพ้ได้แบบง่าย ๆ
2. โดนล้างบอร์ดทีแทบแพ้ ต้องอ่านเกมของอีกฝ่ายให้ดี ต้องรู้ว่า class ที่เราสู้ด้วยมีการ์ดล้างบอร์ดอะไรบ้าง เพื่อจะสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะโดนล้างบอร์ดในเทิร์นใด และจะได้คุม health ของ minion ไม่ให้ถูกล้างบอร์ดจากการ์ดของอีกฝ่ายได้ แต่หากการ์ดล้างบอร์ดเป็นแบบทำลายทิ้งไม่สนใจ health ก็จบเห่
3. โดนขัดเกมมาก ๆ เสีย tempo ได้ง่าย ๆ เหมือนกัน
4. การ์ดบางใบในเด็คต้องพึ่งพา synergy จาก mech มากเกินไป เช่น Cogmaster, Tinkertown Technician, Gorillabot A-3 หาก mech ไม่ขึ้น หรือขึ้นแต่ค่าร่ายสูง ก็อาจทำให้จำต้องร่ายไปแบบไม่คุ้มค่าเพื่อเอา tempo รวมถึงการ์ด mech ประจำ class บางใบด้วย เช่น Iron Sensei, Metaltooth Leaper, Goblin Blastmage, Screwjank Clunker เป็นต้น

หวังว่าบทความครั้งนี้จะมีประโยชน์กับผู้เล่นโดยเฉพาะผู้เล่นระดับเริ่มต้นสาย F2P นะครับ ลองให้เด็ค mech เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณ


Credit: ภาพประกอบจากเว็บ hearthpwn.com

3/10/58

แนะนำ Deck Murloc Druid (Standard)

หลังจากนำเสนอวิธีการสร้างเด็คเมอล็อกไปแล้วในบทความก่อนหน้า (คลิกอ่านที่นี่) วันนี้ผมจะมาแนะนำตัวอย่างเด็คเมอล็อกให้ดูกันหนึ่งเด็คนั่นคือเด็ค Murloc Druid ซึ่งเด็คนี้เป็นเด็คเมอล็อกที่ผมชอบที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา ส่วนหน้าตาและสไตล์การเล่นของเด็คนี้จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะอธิบายเป็นลำดับต่อไป

Deck Murloc Druid เป็นเด็ครูปแบบ aggro คือเน้น minion ค่าร่ายน้อย และการโจมตีที่รวดเร็ว ปิดเกมไว โดยใช้จุดเด่นของ Druid คือการปั่นมานาด้วย Innervate เพื่อลง minion ได้รัว ๆ และการบวกพลังโจมตีแบบหมู่ที่หนักหน่วงด้วย Mark of the Lotus, Power of the Wild, และ Savage Roar



Deck List


การเล่น Deck Murloc Druid

มือแรกที่ดีสำหรับเด็คนี้คือมีการ์ดค่าร่าย 1 อย่าง Murloc Tidecaller, Enchanted Raven, หรือ Bloodsail Corsair ในมือ เพื่อลงในเทิร์นแรกโดยเฉพาะในกรณีที่เริ่มก่อน และการมี Innervate ในมือแรกถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะช่วยเร่งความเร็วของเกม รวมถึงการ์ดบวกพลังอย่าง Mark of the Lotus หรือ Power of the Wild เพื่อเราจะสามารถสแปมบอร์ด (spam board) ในเทิร์นแรก ๆ ได้เลย

กรณีเจอเด็ค aggro การเก็บ (keep) Swipe ในมือแรกก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะสามารถล้างบอร์ดอีกฝ่ายได้ เด็คนี้ค่อนข้างชนะทางเด็ค control เนื่องจากอีกฝ่ายตั้งบอร์ดช้า เราสามารถปิดเกมได้ตั้งแต่ต้นเกม (โดยเฉพาะหากมือต้นเกมเราดีมาก ๆ) หากอีกฝ่ายไม่มีดรอปในเทิร์นแรก ๆ จะทำให้ไม่สามารถหยุดการโจมตี หรือเคลียร์บอร์ดเราได้ทัน

Bloodsail Corsair นี้ไม่ได้เพียงใส่มาเพื่อได้เปรียบเวลาเจอเด็คใช้อาวุธ (weapon) เท่านั้น แต่จุดประสงค์หลักคือเพื่อใช้ดึง Patches the Pirate จากกอง นั่นคือการจ่าย 1 มานาได้ minion บนบอร์ด 2 ตัว เพื่อ combo กับใบบวกพลังหมู่ต่าง ๆ อีกทั้ง Patches ยังมีความสามารถ Charge ทำให้ตีได้ทันที เหมาะทั้งนำไปเทรด (trade) หรือใช้ตีหน้า (go face) ปิดเกมได้ในบางจังหวะด้วย เนื่องจากเด็คมีการ์ดค่าร่ายน้อยจำนวนมาก ทำให้มีโอกาสการ์ดขาดมือ การใส่ Coldlight Oracle จึงมีไว้เพื่อช่วยเติมมือ แถมยังเป็นเมอล็อกอีกต่างหาก สำหรับ Finja จะเน้นใช้สแปมบอร์ดเพื่อเตรียมปิดเกมด้วยการ์ดบวกพลังหมู่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ Savage Roar และ Murloc Warleader

การเล่นของเด็คนี้จะไม่เน้นฟาดหน้า จะเน้นเทรดเพื่อคุมบอร์ด โดยเฉพาะกับ minion ที่จะสร้างปัญหาต่อรูปเกมของเรา หรือทำให้รูปเกมของอีกฝ่ายได้เปรียบเกินไป โดยทุกการเทรดจะต้องคำนึงถึงการ์ดล้างบอร์ดของอีกฝ่ายเสมอ เช่น เวลาเจอ Paladin เราอาจต้องยอมเสีย minion health ต่ำกว่า 3 ไปเทรดแลกเพื่อรักษา minion health 3 ขึ้นไปให้รอดจาก Consecration เป็นต้น ในบางทีเราอาจใช้ hero power เพื่อฆ่า minion อีกฝ่าย เพื่อลดการสูญเสีย minion ของเราโดยไม่จำเป็น พยายามใช้ Murloc Synergy ให้เป็นประโยชน์

สำหรับครั้งนี้ก็ขอแนะนำไว้เพียงเท่านี้ก่อน ผู้อ่านสามารถนำไปลองเล่นสนุก ๆ ได้ อาจปรับแก้ใส่ tech cards เพิ่มเข้าไปตามสถานการณ์ของ metagame ในช่วงนั้น ๆ อย่างช่วงนี้ Pirate Warrior ค่อนข้างชุกชุม จึงเลือกใส่ Golakka Crawler เพื่อจัดการไพเรทอีกฝ่าย ครั้งต่อไปจะเป็นเด็คอะไร รอติดตามกันครับ

คลิปตัวอย่างการเล่น Murloc Druid (deck list เก่า ตก standard ไปแล้ว)


Credit: ภาพประกอบจากเว็บ hearthpwn.com